สระแก้ว-ผู้ประกอบการรถรับจ้างดีใจที่เขมรคืนรถบรรทุกให้เจ้าของแล้ว

*****กรณีผู้ประกอบการเดินรถขนส่งทั่วประเทศร้องขอให้สื่อมวลชนช่วยถูกว่าจ้างจากนายจ้างให้นำรถพ่วง 22 ล้อจำนวน 6 คัน ให้นำรถเปล่ามายัง จ.สระแก้ว เพื่อให้ไปขนสินค้าจากประเทศกัมพูชากลับเข้ามายังประเทศไทยโดยผ่านด่านพรมแดนคลองลึก-ปอยเปต แต่เมื่อขึ้นสินค้าแล้วเสร็จในกัมพูชากลับถูกยึดรถทั้งหมด 6 คันไว้ไล่คนขับรถกลับมายังประเทศไทยผู้สื่อข่าวได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องจนฝ่ายเขมรคืนรถบรรทุกคืนเจ้าข้องแล้ว


*****ต่อมานายวีระ วรรณทอง อายุ 49 ปี เจ้าของรถอาชีพประกอบการขนส่งทั่วไป บ้านเลขที่ 595/17 หมู่ 1 ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา เวลา 0900 น.นายจ้างได้มาว่าจ้างให้หารถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ จำนวน 6 คัน เพื่อไปนำสินค้าออกมาจากประเทศกัมพูชาด้าน จ.สระแก้ว โดยผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึกตนพร้อมพวกจึงได้นำรถเปล่ามาที่ จ.สระแก้ว ตามที่นายจ้างกำหนดผ่านขั้นตอนขาออกงานหน้าด่านพรมแดน เข้าไปยังประเทศกัมพูชาทำการโหลดสินค้าเป็นสิ้นค้าประเภทข้าวสารโควต้ากัมพูชา หลังจากได้โหลดสินค้าไว้บนรถแล้วทั้งหมด ได้มี จนท.กัมพูชามาบอกว่าไม่ให้นำรถบรรทุกนายวีระพร้อมพวกเคลื่อนย้ายได้อ้างว่าผู้ว่าจ้างรถบรรทุกเทลเลอร์ชาวไทยกับผู้ค้าชาวกัมพูชายังไม่ได้ตกลงเจรจากันยังไม่รู้เรื่อง ด้านคนขับรถถึงกับยืนงง กันเป็นแถวได้ขอร้องให้นำสินค้าลงกลับคืนขอรถกลับ ทางกัมพูชาไม่ยอมได้ยึดรถบรรทุกทั้งหมด 6 คันแล้วไล่คนขับรถทั้ง 6 คันไม่ให้กลับประเทศไทย


*****นายสวรรณ์ กั้วพิทักษ์ อายุ 37 ปี กล่าวว่า ตนพร้อมพวกได้แจ้งให้ทาง สำนักงานประสานงานชายแดนไทย กัมพูชา จ.สระแก้ว ทราบทันที แล้วเดินหน้าหาความคืบหน้าที่ อ.อรัญประเทศอยู่สองสามวันยังไม่รู้ผล ในวันที่ 30 ก.ย.64 จึงเดินทางไปยัง สภ.คลองลึก ลงบันทึกประจำวัน จนถึงปัจจุบันเรื่องยังไม่คืบหน้าจึงได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามจนให้มีหวังและมีการเคลื่อนไหวว่าได้มีทางเจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานกัมพูชา ไทย ได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหายว่าที่เจรจาจะเอารถบรรทุกพ่วงเทลเลอร์ 22 ล้อ ที่โดนยึดไว้ในประเทศกัมพูชา จำนวน 6 คัน ทางฝ่ายกัมพูชาเรียกเงิน จำนวน 250,000 บาท อ้างว่ามีค่าใช้จ่ายมีค่าเสียเวลา ซึ่งขณะนั้นทางชิ๊ปปิ้งฝังกัมพูชาบอกว่าถ้าจะนำรถกลับต้องเสียค่าดำเนินการคันละ 1 แสนบาทรวม 6คันเป็นเงิน 6แสนบาท จึงร้องสื่อมวลชนช่วยประสานเรื่องราวต่างฯพอทางผู้ใหญ่ทราบได้ยืนมือเขามาช่วยเหลือจนได้รถคืนแล้ว


*****นางสาว จริยา เงินสันเทียะ อายุ 30 ปี ผุ้เสียหาย กล่าวว่า ถูกผู้ว่าจ้างปล่อยทิ้งทำให้ผวกตนเดือนร้อยเรื่องรถบรรทุกถูกยึดในประเทศกัมพูชา เขาเรียกเงินค่าไถ่รถบรรทุก จำนวน 6 คัน ถึง 6 แสนบาท จนเรื่องราวต่างๆถึงผู้สื่อข่าวได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเจรจาจนทางกัมพูชาจึงลดลงเหลือ 250,000 บาท จึงนำรถออกมาได้ประมาณเวลา 18.00 น.จึงขอฝากผู้ประกองการรถบรรทุกรับจ้างให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนไม่เช่นนั้นอาจจะถูกหลอกเหมือนพวกตนเสียทั้งเวลาและเสียเงินดังกล่าว


*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการรถรับจ้างทั้ง 6 คัน ขอบคุณหน่วยงานต่างๆและสื่อมวลชนทั้งน้ำตาด้วยความดีใจและยังกล่าวว่าส่วนที่ถูกผู้ว่าจ้างหลอกให้รถบรรทุกของพวกตนทั้ง 6 คัน ไปถูกจับในกัมพูชา พวกตนจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าจ้างที่จังหวัดนครราชสีมาต่อไป

***ภาพ/อดิศักดิ์ สารการ /ข่าว สมศักดิ์ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

Related posts